Share

โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว
โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว
Penulis: พระอาทิตย์ขึ้น

บทที่ 1



Penulis: พระอาทิตย์ขึ้น
ต่อมาเมื่อมือสังหารลอบโจมตี เขายอมสละชีวิตเพื่อช่วยนาง

ก่อนสิ้นใจ เขากล่าวว่า “องค์หญิง ข้ารู้ว่าการแกล้งตายเป็นการหลอกลวงเบื้องสูง แต่ในใจหม่อมฉันมีเพียงเจินเจิน...บัดนี้ขอใช้ชีวิตนี้แลกให้นางมีชีวิตรอด หากชาติหน้ามีจริง... ขอพระองค์อย่าได้เลือกข้าอีกเลย”

นางหลับตาลงทั้งน้ำตา เมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง—

“เจาเจา ในสี่คนนี้เจ้าเลือกใครเป็นราชบุตรเขยหรือ”

เสียงที่คุ้นเคยปลุกให้นางได้สติขึ้นมา

เมื่อนางเงยหน้าขึ้นจึงเห็นเสด็จพ่อที่ยังหนุ่มกำลังมองนางด้วยรอยยิ้ม บนโต๊ะมีภาพวาดสี่ภาพวางอยู่

นางกลับมาเกิดใหม่แล้ว และย้อนกลับมายังวันที่เลือกราชบุตรเขย!

“เห็นเจ้าตามติดเยี่ยนชิงทุกวัน ต้องเลือกเขาสินะ? ถ้าเช่นนั้นข้าจะออกพระราชโองการทันที…”

“ไม่ได้เพคะ” นางตะโกนออกมาทันที น้ำเสียงแหลมจนแม้แต่นางเองยังตกใจ

เสด็จพ่อชะงักไป “เจ้าเป็นอะไรไป”

นางกำชายเสื้อแน่น เหตุการณ์ต่างๆ ในชาติก่อนผุดขึ้นตรงหน้า คำพูดประโยคนั้นของเสิ่นเยี่ยนชิงก่อนตายที่ว่า “อย่าเลือกข้า” ราวกับมีดที่แทงลงกลางหัวใจอย่างแรง จนเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกเฉือนเลือดเฉือนเนื้อ

“ลูก... ลูกไม่เลือกเสิ่นเยี่ยนชิงเพคะ”

นางเอื้อมมือออกไปด้วยความลนลานและหยิบภาพวาดหนึ่งขึ้นมาอย่างขอไปที “ลูกเลือกเขาเพคะ!”

เมื่อคลี่ภาพออกดู นางแทบกัดลิ้นตัวเอง เด็กหนุ่มในภาพสวมอาภรณ์สีแดง มุมปากประดับรอยยิ้มหนุ่มเสเพลเจ้าเล่ห์

เซี่ยหลินเฟิง! นางหยิบภาพคู่อริคนนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน!

“หลินเฟิง?” เสด็จพ่อทรงตกตะลึงจนหนวดขยับขึ้น “เจ้ากับเขาไม่ใช่คู่อริกันมาตั้งแต่เล็กหรอกหรือ ครั้งก่อนเขายังเอาว่าวของเจ้าไปแขวนไว้บนต้นไม้ จนเจ้าวิ่งไล่ตีเขาไปเกือบครึ่งสวนหลวงอยู่เลยไม่ใช่หรือ”

เหลียงหมิงเจาจ้องมองภาพวาดอย่างเหม่อลอย
เซี่ยหลินเฟิง คุณชายเสเพลผู้มีชื่อเสียงแห่งเมืองหลวง เจอหน้านางเมื่อใดเป็นต้องทะเลาะกัน

ชาติที่แล้ว ภายหลังเขาได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ไม่เคยแต่งงานตลอดชีวิต ได้ยินว่าตายในพายุหิมะที่ชายแดน

“เจาเจา ลูกคิดดีแล้วหรือ”

นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ลูกคิดดีแล้ว... ลูกเลือกเขาเพคะ!”

อันที่จริงชาติก่อนนางกับเซี่ยหลินเฟิงไม่ถูกกันราวกับน้ำกับไฟ แต่พอมาคิดดูในยามนี้วันเวลาที่ทะเลาะหยอกล้อกันเหล่านั้นกลับอบอุ่นกว่าชีวิตแต่งงานอันเย็นชาราว “น้ำแข็ง” กับเสิ่นเยี่ยนชิงเป็นร้อยเท่า

บางทีนี่อาจเป็นลิขิตสวรรค์ ในเมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางก็จะเลือกเดินบนเส้นทางที่ไม่เคยเดินมาก่อน

เสด็จพ่อทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดทรงยกพู่กันขึ้นอีกครั้ง “ช่างเถิด แม้เจ้าเด็กตระกูลเซี่ยผู้นั้นจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ทั้งวรยุทธ์และสติปัญญาล้วนเป็นเลิศ เราจะร่างราชโองการ อีกสิบวันค่อยเข้าพิธีสมรส”

ตอนที่นางถือราชโองการสีเหลืองอร่ามเดินออกจากห้องทรงอักษร ฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อ
ทันใดนั้นนางก็นึกถึงชาติที่แล้ว ตอนนั้นนางวิ่งไปบอก “ข่าวดี” นี้กับเสิ่นเยี่ยนชิงด้วยความยินดีเต็มเปี่ยม แต่กลับได้รับเพียงคำพูดเรียบเฉยของเขาว่า “กระหม่อมรับพระราชโองการ”

เพิ่งเลี้ยวผ่านระเบียงทางเดินมา ร่างที่คุ้นเคยทั้งสี่ก็เข้ามาล้อมนางไว้

“องค์หญิงเลือกใครหรือพ่ะย่ะค่ะ” โหวน้อยสกุลโจวผู้ร่าเริงที่สุดขยิบตาถาม”

คุณชายหานผู้สุภาพอ่อนโยนดุจหยกยิ้มพลางกล่าวว่า “เรื่องนี้ยังต้องถามอีกหรือ พวกเราในบรรดาว่าที่พระสวามีวัยเยาว์ทั้งสี่นี้ คนที่มิมีทางเป็นราชบุตรเขยได้นั้นก็คือหลินเฟิง หากสองคนนั้นแต่งงานกันจริง ๆ เกรงว่าคงได้รื้อจวนองค์หญิงกันเป็นแน่ ส่วนคนที่มีโอกาสมากที่สุดย่อมเป็นพี่เยี่ยนชิงแน่นอน ตั้งแต่เด็กองค์หญิงชอบวิ่งตามหลังพี่เยี่ยนชิง...”

เหลียงหมิงเจาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเซี่ยหลินเฟิงและเสิ่นเยี่ยนชิง

เซี่ยหลินเฟิงพิงเสาอย่างเกียจคร้าน ราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับตน

ส่วนเสิ่นเยี่ยนชิงยืนอยู่ใต้ระเบียงในอาภรณ์สีขาว คิ้วคมดุจภาพวาด ชายเสื้อสีขาวดุจหิมะพลิ้วไหวไปตามสายลม ราวกับอยู่เหนือหมู่เมฆ

ชาติที่แล้วนางก็ถูกหลอกลวงมาทั้งชีวิตด้วยภาพลักษณ์ดุจเซียนมาจุติเช่นนี้ ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าในวินาทีต่อมา เขากลับคุกเข่าลงอย่างกะทันหัน “กระหม่อมมีคนในดวงใจอยู่แล้ว ขอองค์หญิงโปรดประทานความสมหวังด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

ในใจของเหลียงหมิงเจาสั่นไหวอย่างรุนแรง

ชาติที่แล้วไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

เมื่อมองเห็นแววตาที่ทั้งอดกลั้นและแน่วแน่ของเขา ความคิดน่าหวาดหวั่นพลันผุดขึ้นในใจนาง—

หรือว่า... เขาก็กลับมาเกิดใหม่เช่นกัน

ดังนั้นในชาตินี้ เขาจึงไม่แม้แต่จะยอมแสร้งทำดีต่อนางอีกหนึ่งปี ถึงกับยอมขัดพระราชโองการ เพื่อไปครองคู่กับหลินเจินเจินอย่างนั้นหรือ

“กระหม่อมยินดีสละบรรดาศักดิ์ และขอเนรเทศตนเองพ่ะยะค่ะ” เสิ่นเยี่ยนชิงโขกศีรษะลงอย่างแรง”

“ขอเพียงได้จากไปให้ไกลแสนไกลกับคนในใจ”

ที่แท้เมื่อหัวใจเจ็บปวดถึงขีดสุดกลับหัวเราะออกมาแทน

หัวใจของเหลียงหมิงเจาราวกับถูกบางสิ่งบีบรัดอย่างแรง

การอยู่กับนางมันทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้นเลยหรือ ชาติที่แล้วเขาทำให้นางต้องทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิต ชาตินี้แม้เพียงครู่เดียวก็ไม่ยอมทนแล้วอย่างนั้นหรือ

เหลียงหมิงเจาแทบจะหลุดปากออกมาว่า ‘ข้าไม่ได้เลือกเจ้า!’

แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปาก นางก็กลืนมันกลับลงไป

ชาติที่แล้วเขาทำให้นางต้องเป็นหม้ายอยู่นานถึงเพียงนั้น แล้วเหตุใดนางต้องปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยเล่า

อย่างน้อย ก็ต้องให้เขาทุกข์ทรมานสักสิบวัน!

ดังนั้นนางจึงกอดราชโองการในอ้อมแขนแน่นขึ้น “ราชโองการได้ประกาศแล้ว มิอาจขัดคำสั่งได้! ส่วนข้าเลือกผู้ใด... อีกสิบวันที่ข้าจะเข้าพิธีสมรส เมื่อถึงเวลานั้นพวกเจ้าจงมารอดู ข้าจะอ่านราชโองการด้วยตนเอง และต้อนรับราชบุตรเขยเข้าจวน!”

พูดจบนางก็หันหลังเดินจากไป แต่กลับชนเข้ากับบางสิ่งที่อ่อนยวบตรงหัวมุมทางเดิน

เมื่อก้มลงมองพลันเห็นหลินเจินเจินล้มลงที่พื้น ดวงตากลมโตที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ไม่ต่างจากในความทรงจำวัยเด็กของนางแม้แต่น้อย

นางคุกเข่าลงราวกับกระต่ายน้อยที่ตื่นตกใจ หน้าผากกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงจนแดงก่ำ พลันน้ำตาคลอเบ้า

“หม่อมฉันล่วงเกินองค์หญิง สมควรตายเพคะ!”

ขณะที่นางยังไม่ได้สติกลับมา พลันมีเงาสีขาวสายหนึ่งพุ่งเข้ามา

เสิ่นเยี่ยนชิงยืนขวางอยู่เบื้องหน้าหลินเจินเจิน ในดวงตาของเขามีความโกรธเคืองอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน องค์หญิง เจินเจินรู้ตัวว่าทำผิด เหตุใดพระองค์ยังต้องเหยียดหยามนางถึงเพียงนี้”

“ข้าสั่งให้นางโขกศีรษะงั้นหรือ”

เหลียงหมิงเจาโกรธจนตัวสั่น ชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่พบหน้านางจะต้องทำท่าทางน่าสงสารเช่นนี้ ราวกับว่านางเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตเสียเหลือเกิน แต่นางเคยรังแกหลินเจินเจินเมื่อใดกัน!

ทว่าเสิ่นเยี่ยนชิงกลับไม่ฟังคำอธิบายเลยแม้แต่น้อย เขาก้มตัวลงพยุงหลินเจินเจินขึ้นมา

ตอนอุ้มหลินเจินเจินจากไป แขนเสื้อกว้างกลับฟาดเข้าที่เอวของเหลียงหมิงเจาอย่างแรง นางเสียการทรงตัวและหงายล้มไปด้านหลัง ท้ายทอยกระแทกเข้ากับขั้นบันไดหินอย่างแรง

ท่ามกลางความเจ็บปวดอย่างรุนแรง นางได้ยินเสียงความโกลาหลระงมไปทั่ว

ในสายตาที่พร่าเลือน มีคนผู้หนึ่งกำลังวิ่งตรงมาหานาง

“เจาเจา!”

แปลกจริง นางกลับเห็นเซี่ยหลินเฟิง เจ้าหนุ่มเสเพลคนนั้นมีสีหน้าร้อนรน ในดวงตาของเขามีความตื่นตระหนกที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน และ...ความรัก?

คงถูกชนจนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 23

    ห้าวันต่อมา เซี่ยหลินเฟิงก็รับราชโองการแล้วออกเดินทางไปรบ เขาแกะเมล็ดสนให้เหลียงหมิงเจาถุงใหญ่ พร้อมพูดว่า “กินวันละเม็ดนะ ข้าจะกลับมาหลังจากเจ้ากินหมด” เหลียงหมิงเจาด่าขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเน่าไปตั้งนานแล้ว”ขณะที่เซี่ยหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ พร้อมแนบหน้าผากกับนางอย่างจริงจัง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับมาก่อนเมล็ดสนเน่า”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สายตามองตามแผ่นหลังของเซี่ยหลินเฟิงที่กำลังเดินจากไป หลังจากผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองเดือน ในที่สุดก็มาถึงวันที่หลินเจินเจินถูกประหาร มีข่าวจากศาลมาว่าหลินเจินเจินต้องการพบนางก่อนตาย เนื่องจากนางถูกขังในคุกเป็นเวลานาน นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงก่อเรื่องได้อีก ดังนั้นเหลียงหมิงเจาจึงตัดสินใจเดินทางไปหา เมื่อนางเข้ามาในห้องคุมขังที่มืดและอับชื้น หลังจากไม่ได้พบหลินเจินเจินมาสักพัก นางคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ นางที่เคยเป็นคนสะสวยงดงาม ตอนนี้กลับผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรก อีกทั้งยังดูเหมือนถูกรังแกมาไม่น้อย ท่าทางดูป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ผู้คุมจึงอธิบายกับนางว่า“ก่อนหน้านี้คุณหนูหลินพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่สภาพแ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 22

    เหลียงหมิงเจาพักผ่อนอยู่ในจวนหลายวัน นางมีท่าทางหดหู่และหงอยเหงา ขณะเดียวกัน ในที่สุดเซี่ยหลินเฟิงก็จับมือสังหารได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้รับการจ้างวานจากหลินเจินเจินเพื่อให้มาสังหารเหลียงหมิงเจา ตอนที่พวกเขาพบตัวนาง นางก็กำลังกำเงินก้อนสุดท้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มขอทาน เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม นางคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่นางต้องการกำจัดเหลียงหมิงเจา และทำให้เสิ่นเยี่ยนชิงเปลี่ยนใจ กลับเป็นการสังหารที่นางต้องการที่สุดไป ตอนที่คนของเซี่ยหลินเฟิงมาตรวจสอบ นางก็ไม่มีแผนการอะไร ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะหลบซ่อนตัว ตอนนั้นนางจึงถูกนำตัวส่งมาที่ศาล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่ได้ตั้งใจสังหารเสิ่นเยี่ยนชิง คนเหล่านั้นทำพลาด นั่นไม่ใช่เพราะข้า ข้าเพียงแค่ต้องการทำให้องค์หญิงตกใจเท่านั้น!”เดิมทีไม่มีใครเชื่อคำพูดของนาง เพราะมือสังหารทั้งห้าคนที่ถูกเซี่ยหลินเฟิงจับไว้นั้นให้การสารภาพเหมือนกันทั้งหมด พวกเขากล่าวว่าหลินเจินเจินมอบเงินจำนวนหนึ่งให้พวกเขาเพื่อไปสังหารองค์หญิง แต่ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนชิงกลับมายืนขวางองค์หญิงเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้มีคนตาย มือสังหารท

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 21

    เสิ่นเยี่ยนชิงคิดไม่ถึงว่าเหลียงหมิงเจาจะพูดเช่นนี้ เขาส่ายหน้า พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา เขาไม่กล้าคิดเลยว่า ก่อนหน้านี้เหลียงหมิงเจาก็เคยรอเขามาทั้งชีวิตด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน แต่สุดท้ายต้องมารู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ตาย นอกจากนี้ยังยอมละทิ้งทุกอย่างจากนางเพื่อไปอยู่กับหลินเจินเจินเมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของนางในตอนนี้ เขาก็อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ “เจาเจา พวกเราไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้วหรือ”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สีหน้าเย็นชา “พวกเราไม่มีโอกาสมาตั้งนานแล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเยี่ยนชิงก็รู้สึกปวดใจอย่างมาก ตอนที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืน ประตูที่เคยปิดสนิทก็เปิดออกอย่างกะทันหัน เซี่ยหลินเฟิงวิ่งเข้ามากอดเหลียงหมิงเจา ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เจ้ากำลังพูดไร้สาระอะไรน่ะ ข้าไม่มีทางตายในสนามรบแล้วทิ้งเจ้าไว้คนเดียว! ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็อยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต”เซี่ยหลินเฟิงสีหน้ามีความสุข ที่แท้เขาก็แอบฟังอยู่ตลอด ตอนที่ได้ยินคำพูดประโยคสำคัญ เขาแทบจะพุ่งตัวออกมาอย่างอดไม่ไหวแล้วตระกูลเซี่ยเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน เรื่องที่เซี่ยหลินเฟิงต้องนำทัพออกรบนั้นเป็นเรื่องที่

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 20

    เสิ่นเยี่ยนชิงเป็นคนเย่อหยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยคุกเข่าเพื่อขอยาให้หลินเจินเจินเพียงครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาคุกเข่าต่อหน้าเหลียงหมิงเจา ครั้งนี้เขาทำเพื่อขอร้องให้อภัยเขา แต่ในสายตาของคนไม่รัก ต่อให้เสิ่นเยี่ยนชิงคุกเข่าทั้งคืนมันก็ไม่มีความหมาย ความผูกพันทั้งหมดจบลงไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทางตอแยของเขา เหลียงหมิงเจาก็รู้สึกทั้งขันและรังเกียจในตอนแรกเขาสาบานว่าเขาไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านมาหนึ่งเดือน เขาก็หย่ากับหลินเจินเจินเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมาขอร้องอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าของนางนางกวักมือเรียกเซี่ยหลินเฟิง“หลินเฟิง เจ้ากลับห้องไปก่อนเถอะ ข้าอยากคุยกับเขาตามลำพัง” แววตาของเสิ่นเยี่ยนชิงเปล่งประกาย ส่วนเซี่ยหลินเฟิงก็เดินจากไปด้วยความยินดี ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ในที่สุดเหลียงหมิงเจาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นอีก นางมองไปทางคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ง้างมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงนางใช้พละกำลังทั้งร่างกาย นางมือหนักมาก พร้อมตบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง มือของนางบวมเป่ง แต่เสิ่นเยี่ยนชิงไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย“เจาเจา ถ้าการตบกระหม่อมม

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 19

    สถานการณ์พลิกผัน ไม่ว่าจะเป็นบ่าวหรือสาวรับใช้ต่างไม่ทันได้ดึงสติกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงเจ็บบริเวณท้องน้อย แววตาประกายความโหดเหี้ยม เขาคว้ามือของหลินเจินเจินแล้วผลักออกไป เลือดไหลทะลักออกมาทันที เขาใช้มือกุมบาดแผลเอาไว้ พร้อมหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดเซียว “ตามหมอมา! แล้วจับนังผู้หญิงสารเลวคนนี้โยนออกไป!”หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ทนไม่ไหวแล้วสลบลงไป ตอนที่เสิ่นเยี่ยนชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เมื่อหมอเห็นว่าเขาฟื้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“คุณชายเสิ่น โชคดีที่วันนั้นคุณหนูหลินมีกำลังไม่มาก ทำให้บาดแผลไม่ลึก ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากที่จะช่วยกลับมาได้! แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นกว่าจะกลับมาหายดี” เขาขยับตัว จากนั้นก็รู้สึกเจ็บท้องน้อยอย่างรุนแรง เสิ่นเยี่ยนชิงเผยสีหน้าเจ็บปวด แล้วกุมหน้าท้องของตัวเองแน่น “องค์หญิง…องค์หญิงกลับตำหนักมาแล้วหรือยัง” เขาถามขึ้นด้วยความร้อนใจ หมอชะงักไป “ได้ข่าวว่าองค์หญิงจะเสด็จกลับมาวันนี้…เอ๋! เอ๋ คุณชายเสิ่น ท่านไม่ควรลุกออกจากเตียงตอนนี้!”เมื่อได้ยินว่าเหลียงหมิงเจากำลังจะกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงก็พยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจบาดแผ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 18

    ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลาย ชาติก่อนเขาตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลือกับหลินเจินเจินอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่เขาแกล้งตาย เขาก็สูญเสียตำแหน่งโหวน้อยสกุลเสิ่น เงินทองหมดไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้แม่เลี้ยงของหลินเจินเจินปฏิบัติตัวต่อนางอย่างย่ำแย่มาโดยตลอด ดังนั้นตระกูลหลินจึงไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เขาเป็นโหวสกุลเสิ่น เดิมทีเขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ชาติก่อนเขาต้องคัดหนังสือหาเลี้ยงชีพ แม้หลินเจินเจินจะทำงานเย็บปักถักร้อย แต่การใช้ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้หรูหราเท่าเดิม พวกเขากลายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันแตกต่างจากที่เสิ่นเยี่ยนชิงฝันเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เขาจะทนใช้ชีวิตแสนธรรมดาแบบนั้นได้อย่างไร แต่นับจากที่เขาแกล้งตายก็ผ่านเวลามาเนิ่นนาน หากเขากลับไปก็ต้องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอยู่กับหลินเจินเจินต่อไป จนกระทั่งถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต ในที่สุดเขาก็ได้พบกับองค์หญิงและโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อนึกถึงการใช้ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่น เขาก็เข้าไปปกป้องเหลียงหมิงเจาจากมือสังหารโดยไม่สนใจอันตราย หากเขารอดชีวิตไปได้ เหลียงหมิงเจา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status